Friday, 17 September 2021

“แลมพ์” ฉุนเชลซีครึ่งแรก อยากเปลี่ยน 8-9 คนก่อนลิ่วเอฟเอ คัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี เผยความรู้สึกหงุดหงิดหลังจากลูกทีมเล่นไม่ได้ดั่งใจในครึ่งแรก จนอยากให้มีกฎเปลี่ยนตัวได้ 8-9 คน ก่อนบุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ เข้ารอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ

เชลซี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 หลังบุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 จากการทำประตูชัยในนาทีที่ 63 โดย รอสส์ บาร์คลีย์ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง

อย่างไรก็ตาม แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม “สิงห์บลูส์” ให้สัมภาษณ์หลังเกม โดยเผยถึงความหงุดหงิดที่มีต่อลูกทีมว่า “เราไม่เคยเล่นแย่ขนาดนี้มาก่อนเลย นับตั้งแต่ที่ผมเข้ามาคุมทีม (เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว) เราโชคดีที่ไม่แพ้ และ เลสเตอร์ เองก็ฉกฉวยโอกาสที่พวกเขามีไว้ไม่ได้ ครึ่งแรกเราเล่นบอลกันหลายจังหวะเกินไป ซึ่งกฎข้อแรกของฟุตบอล คือ ต้องมีความตื่นตัว พยายามเข้าหาบอล และวิ่งทำทาง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณทำไม่ได้ ก็คงไม่สามารถที่จะแข่งกับใครได้”

กุนซือหนุ่มวัย 42 ปี ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังพร้อมกันถึง 3 คน โดยถอดดาวรุ่งอย่าง เมสัน เมานท์, รีซ เจมส์และบิลลีกิลมอร์ออกมาแล้วส่ง รอสส์บาร์คลีย์,เซซาร์อัซปิลิเกวตากับมาเตโอโควาซิชลงไปแทนก่อนที่บาร์คลีย์จะเป็นซูเปอร์ซับทำประตูชัย และ แลมพาร์ด ก็เปลี่ยนตัวอีก 2 คนจนใช้โควตาครบ 5 คน

แลมพาร์ดขยายความว่า”หลังจบครึ่งแรกผมก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวพร้อมกัน3คนเลยแต่ใจจริงผมอยากให้มีโควตาเปลี่ยนตัวได้8หรือ9คนด้วยซ้ำเพราะถึงแม้ว่าตัวสำรองจะลงมาเปลี่ยนเกมได้ก็จริงแต่ผมคิดว่ายังดีไม่พอ ซึ่งหากพูดแรงเกินไปผมก็ต้องขอโทษด้วยแต่ผมก็ยังดีใจที่ได้ผ่านเข้ารอบซึ่งแน่นอนว่ารอบหน้าจะเป็นงานที่ยากขึ้น”